Longahearthealth

0999868443

emergency call

EKG

บริการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)

เพราะหัวใจคืออวัยวะที่สำคัญของร่างกาย ๆ ที่คอยทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย หากวันหนึ่งหัวใจทำงานผิดปกติ จึงอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายและอาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นการเตรียมตัวรับมือโดยการหมั่นตรวจสุขภาพของหัวใจด้วยตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เป็นสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อเช็กความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกายของคุณ และยังช่วยหลีกเลี่ยงการเกิดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตและภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้อีกด้วย

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) คืออะไร?

คลื่นไฟฟ้าหัวใจ คือความต่างศักย์ของไฟฟ้า ตามจุดต่างๆของร่างกาย  ซึ่งเกิดขึ้นในขณะหัวใจบีบตัว +  คลายตัว โดยวัดออกมาเป็นคลื่นไฟฟ้า สามารถแสดงออกมาให้เห็นได้บนแผ่นกระดาษ

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) หรือที่เรียกว่า Electrocardiography คือ การตรวจกระแสไฟฟ้าที่กล้ามเนื้อหัวใจผลิตออกมาขณะที่หัวใจบีบตัว เพื่อตรวจหาว่าจากหัวใจทั้ง 4 ห้องมีการทำงานที่ผิดปกติเกิดขึ้นกับส่วนใดหรือไม่

โดยเจ้าหน้าที่จะทำการติดเครื่องมือที่เป็นจุดรับกระแสไฟฟ้าบนร่างกายของผู้เข้ารับการตรวจ และเมื่อมีการรับ-ส่งกระแสไฟฟ้ากันเกิดขึ้น กระแสไฟฟ้านั้นจะถูกแปลงสัญญาณและแสดงผลออกมาเป็นอัตราการเต้นของหัวใจกับจังหวะการเต้นของหัวใจออกมาในรูปแบบเส้นกราฟ ซึ่งเส้นกราฟหัวใจเหล่านี้ มีประโยชน์มากในการนำมาใช้ตรวจหาความผิดปกติของร่างกาย เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหัวใจ และยังสามารถนำมาใช้ในการค้นหาสาเหตุของอาการเจ็บหน้าอก อ่อนเพลีย เหนื่อยล้าง่าย หรือวิงเวียนศีรษะบ่อยๆ ได้อีกด้วย

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) มีขั้นตอนอะไรบ้าง?

ขั้นตอนการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG มี 3 ขั้นตอน ได้แก่

  1. นำคลื่นไฟฟ้า (Electrode) ติดตามจุดต่างๆบนร่างกาย เช่น หน้าอก แขน ของผู้ที่มาเข้ารับการตรวจ
  2. จัดท่าให้ผู้ที่เข้ารับการตรวจจะนอนหงายบนเตียงในท่าที่ผ่อนคลาย
  3. ใช้เครื่องในการประมวลผลออกมาเป็นกราฟไฟฟ้าหัวใจ หลังจากนั้นทำการอ่านผลและวินิจฉัยโดยใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เหมาะกับใครบ้าง?

ทุกคนควรได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง โดยอาจตรวจร่วมกับการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อตรวจเช็กดูว่ามีอาการป่วยแอบแฝงอยู่โดยไม่แสดงอาการหรือไม่ และในขณะเดียวกันก็มีผู้ป่วยกลุ่มพิเศษที่ควรเข้ารับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็นประจำ ได้แก่

  • ผู้ที่มีอาการต้องสงสัยว่าเป็นโรคหัวใจ เช่น เจ็บแน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย เป็นต้น
  • ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูง
  • ผู้ที่สมาชิกในครอบครัวมีประวัติการเจ็บป่วยที่เกี่ยวกับหัวใจ
  • ผู้มีอายุครบ 40 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
  • และผู้ที่กำลังจะเข้ารับการผ่าตัดทุกคน ควรจะต้องได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจก่อนการผ่าตัด 
  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัว “ไหลตาย”

ข้อดีของการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)

ข้อดีของการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • ใช้เวลาตรวจเพียง 5-10 นาที
  • ตรวจได้ทุกเพศ ทุกวัย
  • ไม่เจ็บ ไม่มีผลข้างเคียงต่อผู้ป่วย (อาจมีจุดแดงเป็นรอยบริเวณที่แปะเครื่องมือการตรวจ/สื่อนำคลื่นไฟฟ้า แต่รอยแดงจะหายไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีอันตรายเพราะเป็นการบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจเท่านั้น)
  • ไม่ต้องงดน้ำ งดอาหารก็สามารถตรวจได้เลย
  • ผลการตรวจสามารถใช้เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับแพทย์ในการวินิฉัย ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด, ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหนา, โรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ, ลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือด, โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ, ภาวะเกลือแร่ผิดปกติ เป็นต้น
  •  ใช้ดูผลสุขภาพแบบองค์รวมได้ และยังสามารถบอกแนวโน้มความเสี่ยงหรือภาวะความผิดปกติที่ไม่แสดงอาการ
  • หากตรวจพบความผิดปกติเร็ว ก็จะทำให้ได้รับการรักษาเร็วขึ้น ลดผลลัพธ์ที่รุนแรงและการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้

เตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับบริการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็นการตรวจที่ไม่ต้องมีการเตรียมตัวล่วงหน้า รวมถึงไม่ต้องงดน้ำ งดอาหารมาก่อนล่วงหน้า เพียงแต่หากมีการใช้ยา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร วิตามินต่าง ๆ หรืออุปกรณ์ที่ช่วยในเรื่องการทำงานของหัวใจ เช่น pace-maker อาจมีการแจ้งข้อมูลดังกล่าวแก่เจ้าหน้าที่ล่วงหน้า และแนะนำให้ใส่เสื้อผ้าที่เปิดบริเวณหน้าอกได้ง่ายเพื่อความสะดวกในการตรวจ EKG

หากท่านเป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยงหรือสังเกตว่าตนเองมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับการทำงานของหัวใจ หรือแม้แต่ต้องการตรวจเช็กให้แน่ใจว่าไม่ได้มีอาการผิดปกติใด ๆ แอบแฝงอยู่ ที่ Longa Heart Health Medical Center ศูนย์ดูแลรักษาหลอดเลือดและโรคหัวใจโดยไม่ต้องผ่าตัด เปิดให้บริการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) รวมถึงบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของหัวใจด้วย สนใจใช้บริการติดต่อได้ที่เบอร์ 099 986 8443